วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

ป้ายจราจรประเภทบังคับ

ป้ายบังคับแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. ป้ายบังคับที่แสดงความหมายตามรูปแบบ และลักษณะที่กำหนด
  2. ป้ายบังคับที่แสดงด้วยข้อความ หรือสัญลักษณ์ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน



ป้าย "ให้ทาง" ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวัง และให้ทางแก่รถ หรือ คนเดินเท้าบนทางขวาง ข้างหน้าผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรที่บริเวณทางแยกนั้นแล้ว จึงเคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง


ป้าย "ให้รถสวนทางมาก่อน" ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถตรงตำแหน่งที่ติดตั้งป้าย และรอให้รถที่กำลังสวนทางมา ผ่านไปก่อนหากมีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อน ก็ให้หยุดรอถัดต่อมาตามลำดับ เมื่อรถที่สวนทางมาผ่านไปหมดแล้ว จึงเคลื่อนรถที่หยุดตรงป้ายนี้ผ่านไปได้

ป้าย "ห้ามแซง" ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในเขตทางที่ติดตั้งป้าย

ป้าย "ห้ามเข้า" ห้ามรถทุกชนิดเข้าไปในทิศทางที่ติดตั้งป้าย

ป้าย"ห้ามเลี้ยวซ้าย" ห้ามเลี้ยวรถไปทางซ้าย

ป้าย "ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย" ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถ หรือช่องจราจรไปทางซ้าย

ป้าย"ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา" ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถหรือช่องขราจรไปทางขวา

ป้าย"ห้ามเลี่ยวซ้ายหรือกลับรถ" ห้ามเลี้ยวรถไปทางด้านซ้ายหรือกลับรถ
ป้าย"ห้ามเลี้ยวขวาหรือกลับรถ" ห้ามเลี้ยวรถไปทางขวาหรือกลับรถ 

ป้าย"ห้ามรถยนต์ผ่าน" ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้า-ออก ในเขตทางที่ติดตั้ง ป้าย

ป้าย"ห้ามรถบรรทุกผ่าน" ห้ามรถบรรทุก ทุกชนิด ผ่านเข้า-ออก ในเขตทางที่ติดตั้งป้าย

ป้าย"ห้ามรถจักรยานยนต์ผ่าน" ห้ามรถจักรยานยนต์ ทุกชนิดผ่านเข้า-ออก ในเขตทางที่ติดตั้งป้าย

ป้าย" ห้ามรถพ่วงผ่าน" ห้ามรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงทุกชนิด ผ่านเข้า- ออก ในเขตทางที่ติดตั้งป้าย 



ป้ายจราจรที่ควรทราบ

ป้ายจราจรแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. ป้ายบังคับ ได้แก่ ป้ายจราจรที่มีความหมายเป็นการบังคับให้ผู้ใช้ทางปฏิบัติตามเครื่องหมายที่ปรากฏอยู่ในป้ายนั้น โดยให้ผู้ใช้ทางต้องกระทำ งดเว้นการกระทำ หรือจัดกัดการกระทำ ในบางประการ หรือบางลักษณะ
  2. ป้ายเตือน ได้แก่ ป้ายจราจรที่มีความหมายเป็นการเตือน ผู้ใช้ทางให้ทราบล่วงหน้าถึงสภาพทาง หรือข้อมูลบางอย่าง ที่เกิดขึ้นในทางข้างหน้า ซึ่งอาจะเป็นอันตราย หรือเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นได้ เพื่อให้ผู้ใช้ทางระมัดระวังในการใช้ทาง
  3. ป้ายแนะนำ ได้แก่ ป้ายจราจรที่มีความหมายเป็นการแนะนำ ใหผู้ใช้ทางทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง และการจราจร เช่นเส้นทางที่จะใช้ ทิศทาง ระยะทาง สถานที่ เพื่อประโยชน์ในการเดินทาง และการจราจร

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

อุบัติเหตุ

Q ผู้ขับรถ หรือ ขี่ หรือควบคุมสัตว์ในทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่ หรือไม่ก็ตาม ต้องปฏิบัติอย่างไร
A  ต้องหยุดรถ หรือสัตว์ และให้ความช่วยเหลือตามสมควร พร้อมแสดงตัว และแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที กับต้องแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของตน และหมายเลขทะเบียนรถให้แก่ผู้เสียหายด้วย ให้สันนิ และถ้าไม่ปฏิบัติตามโดยหลบหนีไปหรือไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิด

การลากรถ หรือการจูงรถ

Q การลากรถ หรือการจูงรถ สามารถปฏิบัติได้กี่วิธี
A  2 วิธี ได้แก่การใช้สายพ่วง และการใช้รถยก ดังนี้

  1. การใช้สายพ่วง ต้องมีความยาวตั้งแต่ 3 เมตร แต่ไม่เกิน  5 เมตร
  2. การใช้รถยก ใช้วิธีการยกล้อหน้า ยกล้อหลัง หรือ ยกทั้งคันรถ แล้วแต่กรณี

รถฉุกเฉิน


Q เมื่อผู้ขับรถพบรถฉุกเฉินกำลังปฏิบัติหน้าที่ จะต้องปฏิบัติอย่างไร
A  ต้องหยุดรถ หรือจอดรถให้ชิดขอบทางด้านซ้าย หรือในกรณี ที่มีช่องทางเดินรถประจำทางอยู่ทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถต้องหยุดรถ หรือจอดรถให้ชิดช่องเดินรถประจำทาง แต่ห้ามหยุดหรือจอดรถในทางร่วมทางแยก และห้ามขับรถตามหลังรถฉุกเฉินในระยะ 50 เมตร

การขับรถผ่านทางร่วมทางแยก หรือวงเวียน


Q เมื่อผู้ขับขี่ขับรถมาถึงทางร่วมทางแยก จะต้องปฏิบัติอย่างไร
A  

  1. ถ้ามีรถคันอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยก ต้องให้รถที่อยู่ในทางร่วมทางแยกขับผ่านไปก่อน
  2. ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน ไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนขับผ่านไปก่อนเว้นแต่มีทางเอกตัดกับทางโท ผู้ขับรถในทางเอกมีสิทธิใช้ทางก่อน




Q เมื่อผู้ขับรถมาถึงวงเวียน จะต้องปฏิบัติอย่างไร
A  ในวงเวียนที่มิได้ติดตั้งสัญญาน หรือเครื่องหมายจราจรไว้ ต้องให้ผู้ขับรถในวงเวียน หรือรถที่มาทางด้านขวาของตนผ่านไปก่อน




Q ทางเดินรถทางเอก ได้แก่ทางเดินรถอย่างไร
A  

  1. ทางเดินรถที่ได้ติดตั้งเครื่องหมายจราจร แสดงว่าเป็นทางเอก 
  2. ทางเดินรถที่มีป้าย "หยุด" หรือมีป้ายคำว่า "ให้ทาง" ติดตั้งไว้ หรือทางเดินรถที่มีคำว่าหยุด หรือเส้นหยุด ซื่งเป็น เส้นขาวทึบ หรือเส่้นให้ทาง ซึ่งเป็นเส้นสีขาวประบนผิวทางให้ทางเดินรถที่ขวางข้างหน้าเป็นทางเดินรถทางเอก
  3. ให้ทางเดินรถที่มีช่องเดินรถมากกว่าเป็นทางเดินรถทางเอก 
  4. ถนนที่ตัด หรือบรรจบกันกับตรอก หรือซอยให้ทางเดินรถ ที่เป็นถนนเป็นทางเดินรถทางเอก


ข้อกำหนดเกี่ยวกับความเร็วของรถ


Q ความเร็วของรถที่วิ่งในเขตเทศบาล กรุงเทพ เมืองพัทยา ใช้ความเร็วได้ไม่เกินเท่าไร
A  ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง



Q ความเร็วของรถที่วิงนอกเขตเทศบาล กรุงเทพ ฯ เมืองพัทยา ใช้ความเร็วได้ไม่เกินเท่าไร
A  ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง